โรคนิปาห์ไวรัส (Nipah virus) เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่สำคัญและมีความรุนแรงสูง ซึ่งถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ของประเทศไทย เชื้อนี้เป็นไวรัสชนิด RNA ในวงศ์ Paramyxoviridae ที่สามารถก่อโรคได้ทั้งในคนและสัตว์
สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรคและการแพร่กระจาย
ค้างคาวกินผลไม้ (โดยเฉพาะตระกูล Pteropodidae หรือค้างคาวแม่ไก่) คือแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้ โดยเชื้อจะอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของค้างคาว แต่ตัวค้างคาวเองมักไม่แสดงอาการป่วย ไวรัสสามารถแพร่กระจายมาสู่มนุษย์ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้:
• การสัมผัสโดยตรง: สัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น สุกร ม้า สุนัข แมว แพะ และแกะ
• การบริโภค: กินผลไม้หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร (เช่น น้ำช่อดอกมะพร้าวหรืออินทผลัม) ที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาวที่มีเชื้อ
• จากคนสู่คน: การสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยเฉพาะในสถานพยาบาลหรือในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วย
อาการของโรค
ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัวเฉลี่ย 4-14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วันในบางราย อาการมีตั้งแต่ไม่แสดงอาการไปจนถึงอาการรุนแรง ดังนี้:
1. อาการเริ่มต้น: มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน เจ็บคอ และอ่อนเพลีย
2. อาการทางระบบหายใจ: ไอ หายใจเหนื่อยหอบ หรือปอดอักเสบ
3. อาการทางระบบประสาท: ง่วงซึม สับสน ชัก และเกิดภาวะสมองอักเสบ ซึ่งในรายที่รุนแรงอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าและเสียชีวิตได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
ความน่ากลัวของโรคนี้คือมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% ถึง 75% และผู้ที่รอดชีวิตประมาณ 1 ใน 5 ราย อาจประสบกับปัญหาทางระบบประสาทในระยะยาว
.
การรักษาและการป้องกัน
ปัจจุบัน "ยังไม่มีวัคซีนหรือยาป้องกัน" และยังไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคนิปาห์ไวรัส การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการอย่างใกล้ชิด เช่น การให้เครื่องช่วยหายใจ การป้องกันภาวะขาดน้ำ และการจัดการภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต
แนวทางการป้องกันตนเองสำหรับประชาชน:
• หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้ที่มีร่องรอยการกัดกินของสัตว์ หรือผลไม้ป่าที่อาจปนเปื้อน
• ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทานทุกครั้ง
• สวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันหากต้องสัมผัสกับสัตว์ที่เจ็บป่วยหรือในระหว่างการชำแหละซากสัตว์
• ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหลังจากสัมผัสสัตว์หรือเยี่ยมผู้ป่วยติดเชื้อ
ปัจจุบัน ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคนิปาห์ไวรัสทั้งในคนและในสุกรในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม มีรายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสนี้ในค้างคาวกินผลไม้ในหลายพื้นที่ของประเทศ ดังนั้น ประชาชนจึงควรตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค้างคาวกินผลไม้จำนวนมาก หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยงภายใน 21 วันก่อนเริ่มป่วย ควรไปพบแพทย์ทันที
แหล่งอ้างอิง
- กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2569, 27 มกราคม). แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus disease) ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2569. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข
- World Health Organization. (2026, January 29). Nipah virus. Fact sheets. Retrieved from www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/nipah-virus